ประเทศสหรัฐอเมริกา (USA)
อเมริกา มีรากฐานเดิมว่าเป็นประเทศที่เกิดจากการหลอมรวมทางวัฒนธรรม “Melting Pot” จึงไม่ แปลกถ้าจะมีคนจากหลายชาติหลายภาษาอยู่ร่วมกัน และถ้าให้บอกชื่อประเทศ ที่มีคนสนใจไป เรียนต่อมากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกา มีเนื้อที่ประมาณ 9,631, 418 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกรองจากรัฐเซียและแคนนาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยรัฐ 50 รัฐ ซึ่งรวมรัฐ Alaska ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศแคนนาดาและรัฐฮาวายซึ่งเป็นเกาะอยู่ทางตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก และ 1 เขตการปกครองได้แก่ Washington D.C. ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีคนจากหลายหลายวัฒนธรรมมาอยู่รวมกัน และหล่อหลอมเข้าด้วยกันเกิดเป็นวัฒนธรรมของ ประเทศสหรัฐอเมริกามีจำนวนประชากรประมาณ 298 ล้านคน ( ก.ค. 2549) ชนเผ่าพื้นเมืองคืออินเดียแดง ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ของประเทศก่อนที่ชาวผิวขาวจากยุโรปจะอพยบเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีคนผิวขาวและคนเม็กซิกัน รวม 81.7% หรือ 241 ล้านคน คนผิวดำ (แอฟริกาอเมริกัน) รวม 12.9% หรือประมาณ 36.4 ล้านคน คนอเมริกันเอเซีย 4.2% หรือประมาณ 11.9 ล้านคน
ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศ ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านอุตสาหรรม การศึกษา และเทคโนโลยีทั้งๆที่ อเมริกาเกิดมาภายหลังหลายๆประเทศเสียอีก เมื่อบอกว่าจบการศึกษาจากอเมริกาคนส่วนใหญ่ ต่างยอมรับ เพราะสถาบันการศึกษา
ของสหรัฐอเมริกา เป็นที่รู้กันดีว่ามีหลักสูตรการศึกษาที่ได้ คุณภาพมีผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมาก
ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆโดยการควบคุมจากระบบการตรวจสอบหลักสูตรและ การรับรองสถาบันที่ดำเนินงานอย่างได้มาตรฐาน และเมื่อมีการจัดอันดับแล้ว มหาวิทยาลัย ของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง Harvard ก็ติดอันดับหนึ่งของโลก
นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัย อีกหลายแห่งที่ติดหนึ่งใน 200 องอันดับโลกอีกด้วยและผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกส่วนใหญ่แล้วต่างก็เรียนจบจากอเมริกา นอกจากนี้แล้วสำหรับนักศึกษาต่างชาติยังมีศูนย์แนะแนวการศึกษาที่ดูแล นักศึกษาต่างชาติเป็นจำนวนมาก และสถาบันการศึกษาต่างๆ ยังเปิดหลักสูตร ให้ผู้เรียน ได้เลือกเรียนหลากหลาย แถมท้ายด้วยเป็นประเทศที่มี อาณาเขต กว้างขวาง ทำให้สามารถเลือกเรียนได้ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันออก ไปตามความสนใจ ค่าครองชีพ ก็ต่างกันไปตามรัฐเพราะฉะนั้นผู้เรียนจึงสามารถ เลือกได้ว่าที่ไหนเหมาะสมกับ ตัวเองที่สุด
ส่วนค่าใช้จ่ายก็อยู่ในระดับที่พอสู้ได้ (ถูกกว่าเรียนต่อและดำรงชีวิตอยู่ในยุโรปบางประเทศ) หนึ่งปีค่าใช้จ่ายตกประมาณล้านเศษ แต่ทั้งนี้ยังมีทุนการศึกษาจากรัฐบาล หน่วยงานเอกชนและองค์กรอิสระอีกมากมายหรือตาม สถาบันการศึกษาก็มีทุนการศึกษา ให้นักศึกษาต่างชาติด้วยเช่นกันถึงแม้ว่าอาจจะได้แค่เพียงทุนสนับสนุนบางส่วนอย่างไรก็ตามระบบการศึกษาของเขายังพอมีทางช่วยลดหย่อนค่าใช้จ่ายบ้าง เช่น การเรียนในวิทยาลัยชุมชนที่เรียกเป็นภาษาของเขาว่า Community College เป็นเวลาสองปีแรกและสามารถเทียบย้ายไปมหาวิทยาลัยเพื่อเรียนต่อระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้ วิธีการนี้จะช่วยในการประหยัด ค่าใช้จ่ายได้ส่วนหนึ่ง
สภาพภูมิอากาศสหรัฐอเมริกา
ฤดู |
ช่วงเดือน |
อุณหภูมิโดยเฉลี่ย |
สภาพโดยทั่วไป |
| ร้อน |
มิถุนายน -สิงหาคม |
20 - 33 องศาเซลเซียส |
อากาศร้อน ชาวอเมริกาที่ไปว่ายน้ำกันที่ทะเล หาดที่ได้รับความสนใจเช่น หาดไมอามี่ หาดลองบีช และที่หาดไวกิกิ |
| ใบไม้ร่วง |
กันยายน - พฤษจิกายน |
7 -25 องศาเซลเซียส |
เริ่มมีอากาศเย็น ใบไม้ที่เขียวขจีแปรสถาพเป็นสีเหลืองปนน้ำตาลแดงและกำลังร่วงจากต้นไม้ |
| หนาว |
ธันวาคม-กุมภาพันธ์ |
(ลบ12) -8 องศาเซลเซียส |
อากาศทั่วประเทศจะจะมีอากาศเย็น หิมะ สภาพบรรยากาศจะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว |
| ใบไม้ผลิ |
มีนาคม-พฤษภาคม |
9-23 องศาเซลเซียส |
อากาศสบาย ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเต็ม |
|