
ประเทศแคนาดา (CA)
ใบเมเปิ้ลสีเหลืองสลับกับสีแดงอมส้ม เป็นสีสันของฤดูกาลอันอบอุ่นของประเทศแคนาดา ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนที่มีความสมบรูณ์งดงาม ทางธรรมชาติ และประชากรมีคุณภาพชีวิตซึ่งถือว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ประเทศแคนาดาตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยเมืองใหญ่ 3 เมือง ได้แก่ Vancouver, Toronto และ Montreal แคนนาดาเกิดจากการหลอมรวมของหลากวัฒนธรรม มีประชากรประมาณ 33 ล้านคนที่มาจากหลายเชื้อชาติทั้งเชื้อสายจากฝั่งตะวันตกและเอเชียปัจจุบันแคนาดาจัดว่าเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทาง วิชาการและเทคโนโลยี (ส่งผลให้แคนนาดาขึ้นชื่อว่ามีหลักสูตรและการเรียนการสอน ที่ทันสมัย) อีกทั้งได้ติดอันดับหนึ่งใน 5 จากการจัดอันดับโดยองค์การ สหประชาชาติ ให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดของโลก และสืบเนื่องจากกฎหมายที่เข้มงวดประเทศแห่งนี้จึงมีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก
ชนชาติอะบอริจินคือชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแคนาดา จนกระทั่งเมื่อสี่ร้อยปีที่แล้วมีนักเดินทางจากประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษได้เริ่มสำรวจประเทศนี้ การตั่งรกรากโดยถาวรของชนชาติจากสองประเทศนี้ จึงเริ่มขึ้นในช่วงต้นคริสตศักราชที่ 16 ผู้อพยพส่วนใหญ่มาจากเกาะอังกฤษหรือยุโรปตะวันออกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งแต่ปี 1945 วัฒนธรรมแคนาดาได้เพิ่มความหลากหลายขึ้นจากการเพิ่มจำนวนของชนชาวยุโรปตอนใต้ ชาวเอเชีย ชาวลาตินอเมริกา และชาวเกาะคาริบเบียน โดยผู้อพยพส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค ปัจจุบัน แคนาดาประกอบด้วย 10 มณฑล 3 เทอร์รีทอรี่ ซึ่งประชากรโดยส่วนใหญ่เป็นชาวแคนาดา ที่สืบเชื้อสายหลากหลายจากทุกๆ ที่ทั่วโลก ชาวแคนาดามีประชากรมากกว่า 11 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของประชากรมีถิ่นฐานเดิมมาจากประเทศต่างๆ ที่ไม่ใช่จากอังกฤษ หรือฝรั่งเศส จากผลการสำรวจหลายปีที่ผ่านมา
ขององค์การสหประชาชาติพบว่าแคนาดาเป็นประเทศที่น่าอยู่เหมาะแก่การดำรงชีพมากที่สุดในโลก การสำรวจนี้ได้ประเมิณคุณภาพชีวิตใน 174 ประเทศ และใช้องค์ประกอบชี้บ่งมากกว่า 200 อย่าง แคนาดาได้ถูกจัดอยู่ในอันดับสูงในด้านการศึกษา และระดับอายุเฉลี่ยสูง (โดยใช้ระบบสุขอนามัยมาตรฐานเป็นเกณฑ์) มีอัตราอาชญากรรมและการก่อความรุนแรงอยู่ในระดับต่ำ ตัวอย่างเช่น เมื่องหลวงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแคนาดา คือแวนคูเวอร์ โตรอนโต และมอนทรีออลถูกจัดให้เป็นเมืองติดอันดับโลกที่มีความน่าอยู่ เหมาะกับการทำงาน มีความสะอาด ปลอดภัย มีอิสระในการทำกิจกรรมของแต่ละวัฒนธรรมที่ดึงดูดความสนใจของคนทั่วไป
แคนาดาเป็นประเทศที่มีภาษาราชการสองภาษาคือภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ประชากรส่วนใหญ่(ร้อยละ 75) ของชาวแคนาดาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสอาศัยอยู่ที่ควิเบค ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ แต่ชุมชนที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสก็มีอยู่ทั่วไปในประเทศ
อ้างถึงการสำรวจประชากรในปี ค.ศ. 1991 ร้อยละ 82 ของประชากรชาวควิเบคใช้ภาษาฝรั่งเศษเป็นภาษาแม่ และร้อยละ 83 ของประชากรชาวควิเบคใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาพูดที่บ้าน
|
|
โดยทั่วไปแล้ว คาดว่ามีประชากรทั่วโลก 800 ล้านคนที่พูดภาษาอังกฤษและ 250 ล้านคนที่พูดภาษาฝรั่งเศส โดยเหตุที่แคนาดาเป็นประเทศที่ใช้สองภาษา แคนาดาจึงให้การอบรมการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่แรก (ESL) และการใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สอง (FSL) สำหรับนักศึกษาที่ต้องการเรียนรู้ภาษาใดภาษาหนึ่งหรือทั้งสองภาษา
|
แต่ละปีมีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนที่ประเทศแคนาดาประมาณ 100,000 150,000 คน ปัจจุบันมีชาวไทยจำนวนเกือบ1,700ต่อปีที่เดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศ แคนาดา ส่วนหลักสูตรที่นิยมไปเรียนกันมาก คือ วิศวกรรมศาสตร์ M.B.A., Digital Art และ Animationก็เป็นอีกสาขาวิชาที่น่าสนใจและเริ่มมีชื่อเสียงในแคนนาดา
ข้อดีของการเรียนต่อที่แคนนาดา คือ ทางรัฐบาลประกาศอนุญาตให้ผู้ที่เรียนจบจากสถาบันระดับอุดมศึกษาในประเทศแคนาดาสามารถสมัครขออยู่ต่อเพื่อ ทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องกับที่เรียนจบเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม (ยกเว้นในเขต Vancouver, Toronto และ Montreal ได้เพียง 1 ปีเท่านั้น) ก่อนเดินทางกลับไปหางานประจำที่ประเทศตนเอง ซึ่งจะช่วยให้เพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการทำงานได้เป็นอย่างดีนอกจากจะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวันแล้วนักศึกษายังจะได้เรียนรู้ภาษาฝรั่งเศสไปพร้อมๆกันอีกด้วย เนื่องจากที่ประเทศแคนาดายังใช้ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เป็นภาษาราชการผู้คนที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสส่วนใหญ่จะอยู่ในมณฑล
สำหรับปีการศึกษาของแคนาดาจะเริ่มตั้งแต่ เดือนกันยายน พฤษภาคม ผู้ที่ต้องการจะสมัครเรียนต่อระดับอุดมศึกษาจะต้องสมัครช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ของปีที่จะไปเรียนส่วนเรียนภาษาอังกฤษสามารถเริ่มเรียนได้ทุกวันจันทร์ของสัปดาห์
สภาพภูมิอากาศแคนาดา
สภาพอากาศของแคนาดามีความหลากหลายตั้งแต่ขั้วโลกเหนือที่หนาวเย็นเป็นน้ำแข็งที่เส้นรุง้ที่ 70 ไปจนถึงแนวป่าอันเขียวขจีของแถบชายฝั่งตะวันตกของบริติชโคลัมเบีย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว แคนาดามีฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัด 4 ฤดูโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแถบภูมิภาคใกล้ชายแดนสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้คนอยู่อย่างหนาแน่น อุณหภูมิในช่วงกลางวันของฤดูร้อนอยู่ในช่วง 35 องศาเซลเซียส หรือร้อนกว่านั้น ในขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวอาจติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส สำหรับอุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับปานกลาง
หลายปีที่ผ่านมา ชาวแคนาเดียนได้ปรับตัวอย่างมากให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่มีสถาพอากาศอันหนาวเหน็บ โดยการติดตั้งเครื่องทำความร้อนในที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ รวมถึงระบบขนส่งมวลชน ที่มีการติดตั้ง ระบบความร้อนเช่นเดียวกับที่ทางเดินระหว่างอาคารในสถานศึกษา |